บทความโดย เภสัชกร ธร อำนวยผลวิวัฒน์
เป็นไข้หรืออาการไข้หวัด เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งปีและพบได้ในคนทุกช่วงอายุ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงหรือในหน้าฝน และควรรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากไข้หวัด เนื่องจากหากเป็นไข้หวัดจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ การทำงาน การใช้ชีวิต และหากไม่รักษาให้ทันท่วงที อาจทำให้อาการไข้หวัดหนักขึ้นและอาจทำให้เป็นโรคที่รุนแรงมากขึ้นได้ นอกจากนี้อาการไข้หวัดยังสามารถแพร่กระจายไปยังคนใกล้ชิดรอบข้างได้อีกด้วย
เด็กเป็นไข้หวัด เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง
1. การติดเชื้อไวรัส
ไข้หวัดในเด็ก เกิดได้จากการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก หรือโดนการไอ จาม จากผู้ป่วย บางครั้งอาจเกิดจากการสัมผัสเชื้อหวัดจากมือ หรือการจับตา ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและเกิดอาการหวัดขึ้นได้ภายใน 1-3 วัน
2. การติดเชื้อแบคทีเรีย
ไข้หวัดหรือเป็นไข้ เกิดได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำมูกหรือน้ำลายเช่นกัน แต่การติดเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดอาการที่อาจรุนแรงกว่า เช่น มีไข้สูง มีอาการเจ็บคอ น้ำมูกเขียวข้น ซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา
อาการของไข้หวัดมีกี่ประเภท
อาการของไข้หวัดแบ่งตามได้ประเภทของไข้หวัดเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold)
ไข้หวัดธรรมดา เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทั่วไปซึ่งมีมากกว่า 200 ชนิด โดยอาการที่เกิดขึ้น พบได้ตั้งแต่มีน้ำมูก จาม เจ็บคอ และอาจมีไข้ต่ำๆได้ หากมีการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จะหายได้ในช่วง 3-4 วัน
2. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด Influenza ชนิด A B หรือ C โดยอาการที่เกิดขึ้นคือมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวมาก มีน้ำมูก จาม ไอ ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลียได้
3. ไข้หวัดแบคทีเรีย (Strep Throat)
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Streptococcus pyogenes โดยอาการที่เกิดขึ้นคือมีอาการเจ็บคอรุนแรง มีไข้สูง มีน้ำมูกเขียวข้น
4. ไข้หวัดลงคอ
อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นคือมีอาการเจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองบวม เจ็บคอ มีน้ำมูกและเสมหะได้
ไม่สบาย มีไข้สูงตอนกลางคืน อันตรายไหม
หากมีอาการไม่สบาย มีไข้สูงมากตอนกลางคืน อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือภาวะร่างกายที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และไม่ควรปล่อยไว้นาน หากมีอาการไข้หวัดหรือเป็นหวัดไม่หายสักที ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยทิ้งเอาไว้ ในเด็กเล็กอาจเกิดภาวะชักได้ และในผู้ใหญ่อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น หรืออาจมีภาวะอ่อนเพลียรุนแรงได้
วิธีลดไข้หวัดให้หายเร็ว
1. วิธีลดไข้หวัดสำหรับผู้ใหญ่
สำหรับผู้ใหญ่ หากเริ่มมีอาการไข้ให้ดื่มน้ำเปล่ามากขึ้นเพื่อเป็นการระบายความร้อน และควรทานยาแก้ปวดลดไข้และยาลดน้ำมูกเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย ส่วนยาลดน้ำมูกจะช่วยให้ไข้หวัดหายได้เร็วยิ่งขึ้น หากเป็นเล็กน้อยอาจใช้แผ่นแปะลดไข้ได้หรือหากไข้ไม่ลดควรศึกษาวิธีเช็ดตัวลดไข้เพื่อระบายความร้อนภายในร่างกาย
2. วิธีลดไข้หวัดสำหรับเด็ก
สำหรับเด็กเล็ก ให้รีบเช็ดตัวย้อนรูขุมขนโดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น รักแร้ คอ ขาหนีบ จิบน้ำเปล่า เพื่อระบายความร้อน และรีบไปโรงพยาบาลทันทีหากไข้มีแนวโน้มสูงขึ้น เพื่อป้องภาวะชัก หากเป็นเด็กโต ถ้าเริ่มมีอาการไข้ให้เช็ดตัว ดื่มน้ำเปล่า ทานยาแก้ปวดลดไข้และยาลดน้ำมูกเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและลดไข้ ส่วนยาลดน้ำมูกจะช่วยให้ไข้หวัดหายได้เร็วยิ่งขึ้น
อาการไข้แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์
อาการไข้สูงร่วมกับมีอาการเหนื่อย อาการหายใจลำบาก อ่อนเพลีย ซึมลง เพ้อ เบื่ออาหาร ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อประเมินการตรวจร่างกายโดยรวมและรักษาทันที
การป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัดซ้ำ
การป้องกันไข้หวัดไม่ใช่เพียงแค่หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อ แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำ แนวทางป้องกันไข้หวัดที่มีประสิทธิภาพ และควรหมั่นรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่เครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอไม่หักโหมงานหนัก กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ล้างมือด้วยน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคนมีอาการคล้ายไข้หวัด และใส่หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพเพื่อป้องกันเชื้อโรคผ่านเข้าทางระบบทางเดินหายใจ จึงลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโรคได้
เมื่อเริ่มมีอาการน้ำมูก ไอ ไม่สบาย ให้เริ่มดูแลสุขภาพ และควรศึกษาวิธีรักษาไข้หวัดให้หายเร็ว พักผ่อนให้เพียงพอ และใช้ยาบรรเทาอาการที่เหมาะสม เช่น
ยาลดไข้ บรรเทาหวัดสูตรผสม ที่มีตัวยา 2 ชนิด ใน 1 เม็ด หรือผลิตภัณฑ์ยาแก้หวัดสูตรผสม ที่ประกอบด้วยยาพาราเซตามอล (Paracetamol) 500 มก.และยาคลอร์เฟนิรามีน มาลีเอต (Chlorpheniramine Maleate) 2 มก. เพื่อบรรเทาอาการหวัดที่มีน้ำมูกไหล ปวดศีรษะและเป็นไข้
Reference:
- https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/448
- https://www.vimut.com/article/Cold-Flu
- http://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/common-cold
- https://www.rattinan.com/the-fastest-way-to-reduce-fever/